2012/May/20

สองวาระ

 

            เดือนเหตุเภทสองพ้องพาน
ผองไทยไล่ผลาญ
พร่าไทยไหวทั้งพสุธา

 

            คือสองทศพรรษพฤษภา
พึงตรึกศึกษา
สองห้าสามห้าสากรรจ์

 

            ร่วมสองปีผ่านวารวัน
เวียงผวนป่วนผัน
พฤษภาสองห้าห้าสาม

 

            ใครย่ำกำราบปราบปราม
เปรมปรีดียาม
ยลศพซบก่าย กายกอง

 

            แล้วใครไต่ขั้นครรลอง
โลดเหลิงเริงฉลอง
เล็งแลแน่ครัน นั้นใคร

 

            ลึกลับซับซ้อนซ่อนนัย
แน่วจิตวินิจฉัย
ใช่เชื่อเมื่อเขากล่าวชวน

 

            คั้นเค้นเห็นไคล้ ใคร่ครวญ
ครันครบทบทวน
ถึงทางสร้างฐานศานติธรรม

 

            หยุดกรุ่นขุ่นแน่นแค้นนำ
เคียดนักมักถลำ
หล่มล้อมห้อมคลุมหลุมพราง

 

            ด้วยแรงแห่งรักรางชาง
เรืองโชติโรจน์ถาง-
ทางทอง ถ่องรุ้งรุ่งพราว
 
            พฤษภาคราเคืองเรื่องราว
เลือดราดสาดคาว
สองครั้งจุ่งสร่างลางเข็ญ
 
            แคล้วคลาดขาดกรรมลำเค็ญ
ขอพฤษภาเพ็ญ
ไพบูลย์บุญนันธน์นิรันดร
 
(๑๙ ถึง ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕)
 


 
 

edit @ 20 May 2012 13:32:11 by ตราชู

2012/May/15

คำเสี้ยม

 

โคลงสี่สุภาพ กลบทอักษรสลับ

 

            สมคบ สบข่าวเสี้ยม                                 ไขสาร
หลายปากหลากปามลาญ                                    ป่นหล้า
โหมคึกฮึกคำหาญ                                               คนแห่
รุกป่วนรวนปองร้า                                                ไป่รั้ง ไปรณ

 

            คือผลคนพวกเคี้ยว                                  ผองเขา
เอมสิ่งอิงทรัพย์เอา                                              สุดอั้น
นำกิจนิตย์การเนา                                               กำหนัด
ฤาหยุดรุดยามรั้น                                                ยากรั้งยอแรง

 

คอยแยง แข็งยืดขึ้น                                 ยึดคุม
สามารถสาดมลสุม                                             หมั่นสร้าง
กายเหยียด เกียรติยงกุม                                       ยศกอด
หลอนเชือดเลือดโชกล้าง-                                    ชีพล้มชนหลาย

 

          ตายซากตากศพตั้ง                                    สูงเติม
แดนหม่นดลเหมือนเดิม                                      เมื่อด้อย
แสนยับสรรพเยินเสริม                                        ยังส่อ
เฉามาก ฉากเมืองช้อย                                        ไม่ช้าหมดโฉม

         

ทวยโลมโถมหลอกถ้วน                            แลเทอญ
พิศยาก พากย์ยินเผิน                                           อย่าผ้าย
โดยเลศเดชลวงเดิน                                          ลงดิ่ง
ทางซึ่งถึงสุดท้าย                                                         เสื่อมแท้ สุขถอย

 

(๑๓ ถึง ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕)

 

หมายเหตุ

 

วิถีดำเนินลีลาโคลงกลบทอักษรสลับนี้ ผมศึกษาจากวรรณคดีมรดกของไทย มี โคลงดั้นเรื่องปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นอาทิ รวมถึงงานกวีนิพนธ์ร่วมสมัย เช่น หนังสือ ชักม้าชมเมือง รจนาโดยท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กฎบนกลบท ซึ่งท่านอาจารย์คมทวน คันธนู นิพนธ์ไว้เป็นต้นครับผม

 

 

 

                                   

2012/May/11

พฤษภาประชาเทียม
 
            เมื่อกระเหน็จเผด็จการหยาบกร้านกล้า
ปีสองห้าสามห้าไล่ล่าประหาร
ยังถับถับรับทัณฑ์พวกจัณฑาล
จนแสงฉานฉายลออมาล่อลวง

 

            แล้วลอยเหลิงเริงชัยเกรียงไกรชื่อ
หลงบันลือกฤตยายิ่งผาหลวง
“พฤษภาประชาธรรม” ถ้อยฉ่ำทรวง
วันคืนล่วงเลยเลื่อนก็เลือนธรรม

 

            คราวสองห้าห้าสามเลวทรามซ่าน
ไล่สังหารเหล่าชน เลือดข้นฉ่ำ
กลับคอยครุ่นหนุนทแกล้ว “จงแผ้วนำ
กวาดล้างส่ำประชาสรรพ แสนอัปรีย์”

 

            ชื่นชมงานผลาญพร่าซึ่งน่าพรั่น
เสี้ยมให้คั้นเข่นข่มขย่มขยี้
ปลุกระดมขรมว่า “เร่งราวี”
โมหันธ์มีมากขึ้นมัวมึนเมา
 
            ล้วนผิดพลั้งทั้งนั้น คนพรรค์นี้
เขียวกดขี่เคยค้านต่อต้านเขา
เพลาผ่านนานกลับก้มรับเอา
คือพวกเผ่า “พฤษภาประชาเทียม”
 
(๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕)


edit @ 11 May 2012 19:21:52 by ตราชู