คำขอต่อนักเขียนใหม่ (บางท่าน)
๑. โคลงสี่สุภาพ
ครืนครืนเวหาสครึ้ม ครางครวญ
กาลสู่กรรมกำสรวล โศกไข้
สงสารเมื่อเมืองซวน สูญสุข
ใครขัด ใครคัดไค้ ข่มค้านคดีฉล
ลางตนโลดไต่เต้า ตามทมิฬ
โกงเก็บกำไรกิน กอบ ป้อน
กังฉินกับกังฉิน เชิงฉกาจ
มันเสกมายาซ้อน ซ่อนเร้นเลวเสมอ
ทวยเธอ เธออย่าทิ้ง ปณิธาน
ยืนเหยียดโดยวิญญาณ หยัดโต้
”นักเขียนใหม่” ควรขาน คำกล่าว
เลิกหลบ เลิกหลีกโล้ เลี่ยงลี้หนีหาย
ใครขายชาติขุดเค้น เข็ญความ
ไหนนั่นคนไหนนาม หนักหล้า
ปากกาใช่ปากกาม กวนกิเลส
ยอมเถิดยอมยุทธ์ท้า อย่าท้อทอดถอน
๒. อีทิสังฉันท์ ๒๐
วรรณกรรมสวาทอนาถนิวรณ์
สล้างสลับประดับสลอน
มิราลง
มัวระเริงสวาทพิลาส พะวง
เถลไถลไฉนนะหลง
ถลำเลย
ดูสิแดนอุบาทว์นิราศเสบย
ฉะนี้ตริเชือนเลอะเลือนละเฉย
ฉะนั้นหรือ?
วรรณสารระบายขยายระบือ
ผิมุ่งสมิทธ์ประสิทธิ์เพราะมือ
สมานสรรค์
เพื่อพสุนธรารุจานิรันดร์
พลังอธึกพิลึกอธรรม์
ฤถอยหนี
๓. กาพย์ยานี ๑๑
วาดฝัน วารวันใฝ่
”นักเขียนใหม่” นั้นคงมี
เที่ยงแดถ่องแท้ดี
เพียงแพรวดาวผ่องพราวดวง
น้ำเน่านานเนานิตย์
กอดทรัพย์ติด กักสินตวง
ยิ่งหอมยิ่งห้อมหวง
ชนมี่ไห้ชักไม่เห็น
น้ำรักอันหนักฤทธิ์
พาลืมคิดผู้ลำเค็ญ
ล้อมหมกลามกเหม็น
โปรดดูใหม่ โปรดได้มอง
คิด เขียน ควรเฆี่ยนค้าน
ทำลายพาลที่ลำพอง
ศิลป์มิ่งลบสิ่งหมอง
ย่อมสูญหมาง ย่อมสร้างเมือง
๔. กลอน ๖ กลบทกบเต้นสามตอน
เข้ารณ ค้นเรียนเขียนร้อย
ถี่บ่อยถ้อยบุกทุกเบื้อง
แตกหน่อต่อนานต้านเนือง
ร่ำอยู่ รู้เยื้องเรื่องยาว
ทั่วกล่นท้นเกลื่อนเถื่อนกล้า
มิจฉามาชั่วมั่วฉาว
อย่าถ่อมยอมทู้อยู่ทาว
พึงรู้ ภูว์ร้าวผ่าวรุม
เธอซื่อถือส่ำธรรมสรรพ
คือทัพขับถ่อยคอยทุ่ม
เสริมหมู่สู้มองส่องมุม
แรงสุมรุมซ้อนรอนทราม
ก่อแนวแก้วนำกำเนิด
เที้ยรเลิศเทิดลักษณ์ถักหลาม
ช่วงโรจน์โชติรัฐชัดราม
คงอยู่คู่ยามคามยง
(ร่างเดิม ๑๘ ถึง ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ แก้ไขบางถ้อยคำ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ครับผม)
หมายเหตุ
๑. กลบท “กบเต้นสามตอน” มีปรากฏทั้งในวรรณคดีไทยเรื่อง “สิริวิบูลย์กิตติ์” รจนาโดย ท่านหลวงศรีปรีชา (เส้ง) แหละในประชุมจารึกวัดพระเชตุพน ผมศึกษาเรียนรู้จากหนังสือทั้งสองเล่มดังกล่าว รวมถึงหนังสือกวีนิพนธ์ชื่อ รอยทราย ของท่านอาจารย์วันเนาว์ ยูเด็น ครับ
๒. งานเขียนชิ้นนี้ ได้แรงบันดาลใจจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนวมิตรท่านหนึ่งผ่านทางเฟสบุ๊ก เธอเล่าให้ฟังว่า ตลาดนวนิยายบ้านเรายุคปัจจุบัน เรื่องแนวตบจูบ กับเรื่องอันมีฉากรักวาบหวิวจะจำหน่ายดี ผมฟังแล้วเกิดความหดหู่ขึ้น จึงขออนุญาตสะท้อนถ่ายความรู้สึกสักหน่อยครับผม