2009/Nov/04

 

หนาวทั่วไทย

 

กาพย์โกสุม ๒๔

 

                จางฝนให้                                                ใจเฝ้าหวน
ป่าวถ้อยครวญ                                         ป่วนถึงครา
ห้วงเหมันต์                                             หันเหมา
ควานหวังว้า                                            คว้าหวิวไหว

 

                ซมเซื่องเหงา                                          เศร้าทรวงหงอย
ถมเจอรอย                                              ถ่อยจัญไร
ยังหน้าทน                                              ยลแน่นไทย
มันรุกภัย                                                 ไม่รู้พอ

 

                ชาญลักลอบ                                             ชอบลดเลี้ยว
คดค้อมเงี้ยว                                            เคี้ยวโค้งงอ
อ้างเอ่ยพลอด                                          ออดอ้อนผลอ
ทรามก๊กล่อ                                              ส่อกาลี

 

                ส่ำเหลืองแดง                                          แสร้งลับดาบ
สาไถยทาบ                                              ทราบท่าที
อาสัตย์ค้าง                                               อ้างสักขี
รอราวี                                                      รี่รุมเวียง

 

                เข้มสุดข้น                                               คนสองขั้ว
ถ้อยร่ำรัว                                                 ทั่วรรรเรียง
อึงสารเท็จ                                               เอ็ดศัพท์เถียง
แล้วก็เมียง                                               เลี่ยงกฎหมาย

 

                ข้างภาครัฐ                                               คัดภาพหรู
ดื่นดกรู้                                                    ดูดาษราย
หลอกย้อมชน                                         ล้นหญิงชาย
เร้นสิ่งอาย                                               ร้ายซ่อนอำ

 

                ที่ทวยจน                                                   ทนทุกข์จ่อ
ราวถูกตอ                                 ร่อทิ่มตำ
คนรวยนี้                                                 ขี่ร่างหนำ
อำนาจง้ำ                                                 อำนวยเงิน

 

                เมืองหู่หมอง                                                           มองเห็นไหม
ใครยิ่งใหญ่                                                             ใครยับเยิน
จำเนียรเก็บ                                                             เจ็บนานเกิน
เมฆร้ายเหิน                                                            เมิลรอบหาว

 

                หมักหมมนิตย์                                                        มิดมืดแน่
ชาติย่ำแย่                                                                 แช่เย็นยาว
คนไร้กรู                                                  ขูร่วงกราว
นอนทบท่าว                                                            หนาวทั่วไทย

 

(ร่างเดิม เขียนไว้ตั้งแต่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ครับผม)

 

หมายเหตุ

  • ๑. "กาพย์โกสุม ๒๔" ผมพบชื่อ แหละรูปแบบคำประพันธ์ชนิดนี้ ในงานบทกวีของ "ท่านคมทวน คันธนู" หลายชิ้น เป็นกาพย์อีกชนิดหนึ่งซึ่งท่านประดิษฐ์คิดขึ้นครับ
  • ๒. จำเพาะบท หนาวทั่วไทย ผมเขียนโดยใช้ลีลาเชิงกลบทกบเต้นต่อยหอย ซึ่งก็ได้แบบอย่างจากงาน ท่านคมทวนเช่นกัน จากบทกวี "คล้อยตามหลังความตาย" พิมพ์รวมอยู่ในหนังสือชื่อ "เรียงถ้อยขึ้นร้อยถัก" ครับผม

 

 

 

 

 

edit @ 4 Nov 2009 16:52:39 by ตราชู

2009/Nov/02

 

ถ้อยจำนรรจ์ถึงจันทร

 

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

 

                ลอยล่องคระลองศศินเลื่อน
ชุติเดือนพิบูลย์ดวง
แสงซ่านพิศาลคคนะสรวง
ทิพสุขสนุกแสน

 

                ยลโสมสิโทรมมนะวิสัย
วิเคราะห์ไทยประเทียบแทน
หมองด้าว เสาะดาวระดะ ณ แดน
และเสาะเดือนก็เลือนดู

 

                อึงอวล กระอ่วนนรสะอื้น
ฐิตะผืนสยามภูว์
ร้างไร้อุไรวิมลหรู
นคราชะตาราน

 

                บาปนำกระหน่ำขณะผนวก
คณะพวกนิสัยพาล
ต่างห้ำระห่ำพลวหาญ
พฤติเหตุธเรศหายน์

 

                เขายีขยี้กรขยำ
ทรกรรมพะใจกาย
ราษฎร์รุมระรุ่มทุคตะราย
ภยรัดนิพัทธ์รึง

 

                แขท่านประทานเถอะสุขท้น
ลุสุภณสภาพพึง
พ้นข่ายระคายสถุลขึง-
เขะขะเขตนิเวศขัณฑ์

 

                ขอเลื่องเมลืองรุจิระหล้า
คณนาสุขานันต์
ขอไทยผละไถ่ยุคอธรรม์
กระจะเทียมพระจันทร

 

(๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒)

 

 

edit @ 4 Nov 2009 07:13:39 by ตราชู

2009/Oct/22

 

คำวอนขอ

 

                พ่อครับ....
สองพ่อนับเป็นบุรุษวิรุจน์สมัย
กรำยุทธ์มาคราเก่านานเท่าไร
ทั้งพ่อใหญ่ ทั้งป๋า ปรีชาชาญ

 

                ครั้งกระนั้นครั่นครืนเสียงปืนคะคึก
เล่นสู้ศึกคอมมิวนิสต์ประชิดต้าน
ต่างรบรอล่อกันประจัญบาน
หาญกับหาญฮึกฮักเข้าหักแรง

 

                ใครเล่าปูมรรคาสมานฉันท์
ใครรังสรรค์สันติสร้างกระจ่างแสง
ใครขยัน หมั่นเพียรเพื่อเปลี่ยนแปลง
ตะวันแดงเดือดร้อนให้อ่อนลง

 

                ก็มือของสองพ่อร่วมก่อภพ
ไม่เคยหลบครรไลหรือใหลหลง
ก็มือของสองพ่อร่วมต่อธง
เทิดไตรรงค์รุ่งประเทืองทั่วเมืองทอง

 

                พ่อครับ...
ไยไมตรีที่กระชับมากลับหมอง
"สงครามเย็น" เป็นอันเลิกลั่นกลอง
แล้วไยสองพ่อมาเย็นชากัน

 

                ชะรอยวารกาลสมัยมันไพล่แผลง
ลูกแหยงแหยง "สงครามเยียน" ย้อนเวียนผัน
สิ้นศึกคอมฯ ล้อมโรมฮึกโหมรัน
ลูกยั่นยั่นเกิดยุทธ์เกินหยุดยอ

 

                พ่อครับ...
ได้โปรดตรับลูกหน่อย สักน้อยหนอ
มิตรภาพอาบอุ่นละมุน ละออ
บรรสานก่ อพ่อครับขอกลับคืน

 

                หวังมือของสองท่านสร้างศานติ์สภาพ
อันกำซาบสุขสมภิรมย์รื่น
มือที่ถางทางสันต์ สิ้นควันปืน
อย่าดาลผืนภพร้าวร้อนผ่าวเลย

 

(๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒)

 

edit @ 22 Oct 2009 13:36:34 by ตราชู