2008/Mar/05

บทความ: ความคิดอัปมงคลจาก วิทย์ มงคล

 

                ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านครับ ก่อนอื่นใดทั้งสิ้น ผมใคร่ขอยืนยันเจตนารมณ์ไว้ในที่นี้ตั้งแต่ต้นว่า ตนเองไม่เคยคิดเป็นศัตรูกับหนังสือพิมพ์ฉบับใดๆทั้งนั้น เพราะเข้าใจดีถึงหน้าที่ของสื่อฯ แขนงดังกล่าว แหละตัวผมก็จำเป็นต้องบริโภคข่าวสารอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่ ครานี้ ต้องขอ ประท้วง สักหนหละครับ ในเมื่อผมเป็น คนตาบอด แหละ คนตาบอด ถูกกล่าวพาดพิงในแง่ลบ

 

                สืบเนื่องจากคอลัมน์ ควันหลง สรรหาส.ว.ที่ไม่ได้สรรหา โดย วิทย์ มงคล ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10951     คัดข้อมูลจาก

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act02040351&day=2008-03-04&sectionid=0130

 

ซึ่งผู้เขียนแสดงความคิดเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์ สว. ๗๔ ท่าน ที่มาจากการสรรหา ข้อความตอนหนึ่ง ปรากฏดังนี้

 

                ขอยกอีกตัวอย่าง ผู้เขียนต้องขออภัยท่านผู้พิการทั้งหลายว่า ไม่มีเจตนาจะบิดเบือนหรือดูถูกเป็นอย่างอื่น เพียงยกตัวอย่างความชัดเจนของการทำหน้าที่ของ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญให้ไว้เท่านั้น

คือไม่เข้าใจว่า ทำไมผู้สรรหาจึงไปมอบภาระที่ใหญ่หลวงให้ผู้แทนคนพิการตาบอดเข้ามาทำหน้าที่ ส.ว.อันหนักอึ้งด้วย (แม้รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้แต่ก็มีองค์กรพิการอื่นๆ

มากมายที่เสนอตัวมาให้เลือก ที่ไม่เป็นอุปสรรคในการหน้าที่มากนัก) หากเลือกให้ไปบริหารราชการแผ่นดิน จะไม่ขุ่นข้องใจเท่าใดนัก อย่างน้อยก็มีองค์ประกอบเครื่องมือมากมาย

มีข้าราชการคอยช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก แถมยังสามารถสั่งการช่วยเหลือดูแลสังคมคนพิการได้บ้าง

 

แต่หน้าที่ของ ส.ว.หาเป็นเช่นนั้นไม่?

 

ปัจจุบัน รัฐมนตรี ส.ส. ข้าราชการระดับสูง ที่รัฐธรรมนูญให้ ส.ว.ตรวจสอบ ถอดถอน ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินไทยขณะนี้ ไม่มีคนใดพิการทางสายตา แขนขาใดๆ ไม่รู้ว่าจะไปตรวจสอบกันอย่างไร

และมองไม่ออกว่า จะไปช่วยเหลือคนพิการอย่างไร เพราะมิใช่หน้าที่ ส.ว. (อีกนั่นแหละ)

 

                ครับ คุณวิทย์ มงคล ไม่มีเจตนาจะบิดเบือนหรือดูถูก แต่ถ้อยคำของคุณ ได้ ดูถูกโดยมิเจตนา อันถือเป็น กตัตตกรรมฝ่ายชั่ว ตามหลักความเชื่อทางพระพุทธศาสนาไปเสียแล้ว

 

                ประเด็นแรกของคุณวิทย์ที่ว่า สว. ซึ่งเป็น ผู้แทนคนพิการตาบอด ต้องแบกรับ ภาระอันใหญ่หลวง นั้น ความจริง สว. ทุกท่าน ก็เพียบแปล้ด้วยการงานเหมือนๆกันหมด แหละเมื่อได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติกิจเพื่อแผ่นดิน ก็ภาคภูมิใจที่ได้กระทำ กล่าวเฉพาะ สว. ผู้แทนคนพิการตาบอด ท่านเดียวใน ๗๔ ท่าน อันได้แก่ อาจารย์มณเฑียร บุญตัน (แม้คุณวิทย์มิได้เอ่ยนาม แต่ ผู้อ่านย่อมเข้าใจดี เมื่อตรวจสอบรายชื่อ ตลอดจนภูมิหลังของ สว. สรรหา) คุณวิทย์ทราบหรือไม่ครับ ว่า อาจารย์มณเฑียร รับผิดชอบงานด้านคนพิการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ หากยังไม่ทราบ ก่อนเขียนคอลัมน์ดังกล่าว ทำไมไม่หาข้อมูล โปรดอย่าเป็นห่วงท่านเลยครับ เพราะท่านต่อสู้มาสิบกว่าปียังไม่ท้อ แถมตอนนี้ ท่านดำรงตำแหน่ง สว. บวกด้วยนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ไม่เห็นท่านบ่นถอดใจสักนิด มิหนำ ผลงานที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพของท่านอย่างแพร่หลาย กฎหมายสำคัญๆ อย่าง พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ท่านอาจารย์มณเฑียร ก็ผลักดันจนสำเร็จลุล่วง โดยไม่มีใครได้ยินคำอุทธรณ์จากท่านว่า เป็น ภาระอันหนักอึ้ง แต่ประการใด ถ้าผู้เขียน ไม่เข้าใจ กรุณาทำความเข้าใจใหม่ ก็จะเป็นการยกระดับคุณภาพจิตใจของคุณให้สูงขึ้น แหละมองผู้อยู่ในโลกมืดด้วยทัศนคติที่ใสสะอาดกว่านี้ เรื่องอุปสรรคในหน้าที่นั้น ท่านมีผู้คอยสนับสนุนมากมายครับ คุณวิทย์หายห่วงได้เลย

 

                ประเด็นต่อมา ผมถือว่าเป็นความคิด อัปมงคล ก็คือ....

 

                ปัจจุบัน รัฐมนตรี ส.ส. ข้าราชการระดับสูง ที่รัฐธรรมนูญให้ ส.ว.ตรวจสอบ ถอดถอน ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินไทยขณะนี้ ไม่มีคนใดพิการทางสายตา แขนขาใดๆ ไม่รู้ว่าจะไปตรวจสอบกันอย่างไร

และมองไม่ออกว่า จะไปช่วยเหลือคนพิการอย่างไร เพราะมิใช่หน้าที่ ส.ว. (อีกนั่นแหละ)

 

                อ่านกันแบบเจาะๆทุกคำ ทำให้ตีความได้ว่า คนพิการ พึงตรวจสอบคนพิการด้วยกันเท่านั้น

 

                คุณวิทย์ครับ ผมเรียนชี้แจงด้วยความเคารพอย่างนี้นะครับ คนพิการทางร่างกาย ไม่เท่า คนพิการทางใจ หรอกครับ บรรดา รัฐมนตรี ส.ส. ข้าราชการระดับสูง อันคุนกล่าวถึง หลายคนตาไม่บอดแต่ใจบอด มีหูแต่ไร้หู (ที่จะสดับตรับฟังเสียงจากประชาชนอย่างแท้จริง) มีขาแขนเอาไว้เดินไต่บันได เหยียบบ่าย่ำไหล่คนอื่น ยื่นคว้าลาภยศ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เลวร้ายทั้งสิ้น ผู้แทนคนตาบอด แม้ปราศจาก ตานอก ก็ยังมี ตาใน คือความคิด จิตสำนึก รู้ดี รู้ชั่วฉะนั้น ทำไมจะตรวจสอบพฤติกรรมของผู้มีตำแหน่งมิได้? ทุกสิ่งต้องเห็นด้วยตาอย่างเดียวกระนั้นหรือ?

 

                และมองไม่ออกว่า จะไปช่วยเหลือคนพิการอย่างไร เพราะมิใช่หน้าที่ ส.ว. (อีกนั่นแหละ) หน้าที่หนึ่งของ  สว. คือกลั่นกรองกฎหมาย ยังมีกฎหมายอีกหลายมาตราที่ปิดกั้นสิทธิคนพิการ ก็ใครเล่าจะรู้ซึ้งถึงปัญหาคนพิการ เท่าตัวแทนคนพิการเล่า คุณวิทย์พอจะมองออกบ้างหรือยังครับว่า สว. สรรหาท่านที่คุณกล่าวถึง จะไปช่วยเหลือคนพิการอย่างไร? แหละนี่ เป็นหน้าที่ สว. หรือไม่?

 

                แม้ปัจจุบัน โลกจะก้าวหน้าเข้าสู่ยุคข้อมูลสารสนเทศ ยุคไร้พรมแดนแล้วก็ตาม แต่ความเชื่อเก่าๆ ซึ่งฝังรากหยั่งลึก กลายเป็น ขนบจารีตทางความคิด ประเมินคนพิการว่าด้อยศักยภาพยังคงอยู่ในสังคมไทย คงยาก (ถึงยากที่สุด) จะชักนำบุคคลผู้มีความเห็นตะบิดตะแบงแผลงไพล่ และไม่ยอมปรับปรุงเสียที ให้เปลี่ยนมุมมอง หาก ความยากลำบากนี้เอง ก็เป็นเครื่องท้าทายคนพิการอย่างมากเช่นกัน ว่าพวกเราจะสามารถลบล้างถ้อยสบประมาท อันปรากฏทั้งวจีกรรม แหละมโนกรรมได้หรือเปล่า กาลเวลาจะเป็นเครื่องชี้วัด ตัดสินอย่างยุติธรรมในท้ายที่สุดครับผม

 

ชูพงค์ ตรีวัฒน์สุวรรณ

 

(๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑)

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
น่าจะนำเสนอเป็นจดหมายส่งไปนสพ.เลยครับ
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน สวัสดีครับคุณเทร่า

เรื่องส่งจดหมายไปยังหนังสือพิมพ์มติชนนั้น ทางสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยได้กระทำแล้วครับ ส่วนผลจะเป็นอย่างไร คุณผู้เขียนคอลัมน์จะออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไปหละครับผม
#3  by  ตราชู At 2008-03-06 09:04, 
คุณชูพงศ์ เปลี่ยนซอเป็นไม้เรียวไม่ดีกว่าหรือคะdouble wink
#4  by  นันทพร (203.172.196.146) At 2008-03-10 14:26, 

<< Home