2013/Oct/24

ไฟปาก

ไฟป่าฟ้าป่วนควันม้วนพล่าน
ถั่งซ่านธารซู่สินธูใส
เร่งสาดราดสรรพช่วยดับไฟ
เชื้อไหม้ใช้หมดก็งดกราน

ไฟปากฝากป่าวเป็นราวเรื่อง
หนุนเคืองเนื่องคำโกรธนำขาน
มักใหญ่ไม่หยุดยงยุทธ์นาน
เสริมหาญสารเหี้ยมคอยเสี้ยมฮือ

ไฟปาก ฟากปันเป็นนั่นนี่
ร้อยสี รี่ใส่ ต่างไร้ซื่อ
เสกกลั่นสรรกล่าวเกรียวกราวลือ
ดึงยื้อดื้อแย่งยั่วแย้งดัน

น้ำจิตนิตย์ใจ ดับไฟปาก
เพิกอยากพากย์เย้ยที่เผยหยัน
เบิกคุณบุญค้ำหลักสำคัญ
ไม่ปั่นหมั่นปดปั้นพจน์ลวง

เฟือนไปไฟปาก รักหลากเปี่ยม
อ่องเพรี้ยมเอี่ยมพราวถึงหาวห้วง
แก้วเลิศเกิดล้น จบกลลวง
ราษฎร์ถอนร้อนถ่วง ทุกทรวงเย็น

(๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖)

หมายเหตุ:

๑.การเล่นกลบททำนอง “กบเต้น” กับกลอน ๗ นั้น
ผมศึกษาจากวรรณคดีไทยมรดกของเราครับ มี บทละครในเรื่อง “รามเกียรติ์”
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นอาทิ
รวมทั้งเรียนรู้จากกวีนิพนธ์ของกวีร่วมสมัยหลายท่าน
เช่น “ท่านอาจารย์วันเนาว์ ยูเด็น” “ท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” “ท่านอาจารย์คมทวน คันธนู” เป็นต้น ครับ

๒.ข่าวไฟป่าที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ประเทศออสเตรเลีย ผนวกกับไฟการปลุกระดมที่เมืองไทย คือแรงผลักดันให้เกิดงานชิ้นนี้ขึ้น ครับผม


  

Comment

Comment:

Tweet