2009/Dec/28

 

                                อีกไม่กี่วันแล้วสินะครับ เราจะได้ฤกษ์เบิกชัยฉลองปีใหม่ตามสากล คงมีหลายๆท่านปรารถนาเสาะแสวงของขวัญให้ตัวเองตามรสนิยม สำหรับตัวผม ตอนนี้กำลังคลั่งไคล้ใหลหลงหนังสือวรรณกรรมแนวเพื่อชีวิต หรือไม่ก็อิงการเมืองเยอะๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กวีนิพนธ์ ถือว่าโปรดปรานสุดยอดครับ

 

                บรรดากวี, นักประพันธ์ทั้งผองที่ผมชื่นชอบ นาม "ท่านจิตร ภูมิศักดิ์" คือหนึ่งในนั้น  กานทนิพนธ์ของท่านเคยผ่านหูมาแล้ว ผลงานค้นคว้าเชิงนิรุกติศาสตร์ ประวัติศาสตร์  ได้อ่าน (หนังสือเสียงระบบเดซี) เพียงบางส่วนของ "ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ" เรื่องแปล ฟัง "แม่" ซึ่งท่านแปลจากอมตนวนิยายของแมกซิม กอกี้ บางตอนเท่านั้น แต่ผมชื่นชอบ "คนขี่เสือ" อันแปลจากบทประพันธ์ของด็อกเตอร์ภวานี พัฏฏาจารย์ มากกว่า แม้จะฟังแบบข้ามๆ เพราะแผ่นซีดีที่ยืมมาไม่สมบูรณ์ก็ตาม ชอบ ตรงที่แก่นเรื่องมันหนักแน่น และไม่จำกัดอยู่จำเพาะเนื้อหาอันเกี่ยวข้องกับลัทธิสังคมนิยมแต่อย่างเดียว ยกย่องความกล้าหาญของกาโล แม้การกระทำของเขา อาจจะเป็นเพียงพฤติกรรมของบุคคลในอุดมคติที่หามนุษย์ผู้อาจองค์เช่นนี้จริงๆในโลกได้ยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก  จากความเฉียบคมทางภาษาในการแปลนวนิยายต่างประเทศ ทำให้ผมอยากอ่าน (ที่ถูกคือ ฟัง) นวนิยายที่ท่านจิตรเขียนขึ้นเองบ้าง

 

                ท่ามกลางปัญหาระหว่างไทยกับเขมรอันยังคงเขม้นแหละเขม่นกันอยู่ขณะนี้ ผมโหยหาหนังสือ "ตำนานแห่งนครวัด" ปรารถนาลิ้มรสเป็นที่สุดครับ ท่านจิตร ภูมิศักดิ์ ประจงรจนาสารนิยายดังกล่าวขึ้น ถ้าไม่ช่วงปลายของการเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็คงหลังจากนั้นไม่นานนัก ท่านเป็นบัณฑิตก่อนได้รับปริญญาด้วยซ้ำ เนื่องเพราะ บัณฑิตคือผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ผู้เป็นบัณฑิต แม้ไร้ซึ่งแผ่นกระดาษยืนยันคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษาใดๆ หาก ผลงานนั่นแหละ คือเครื่องสำแดงซึ่งเยียรยงทรงศักดิ์ยิ่ง

 

                ผมทราบข้อมูลว่า เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำนักพิมพ์อมรินทร์ เคยจัดพิมพ์ "ตำนานแห่งนครวัด" ออกจำหน่าย กาลล่วงมาถึง พ.ศ. ๒๕๕๒ คงไม่เหลือในสต็อกแล้ว ถ้าจะไขว่ควานคว้านหาเพื่อให้ได้มาเป็นสมบัติ ผมคงต้องย่ำต๊อกไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ พบแผงขายหนังสือเก่าก็ถามดะระไปตลอด ซึ่งถ้าจะทำเช่นนั้นจริงๆ เชื่อเถอะครับ ว่าคนตาบอดอย่างผม งมเพชรไม่พบเพชรทันปีใหม่แน่ๆ เฮ่อ... รอต่อไปครับ รอ จนกว่าจะมีสำนักพิมพ์ใดพิมพ์ออกมาอีกหน เพื่อผมจะได้นำมาให้ญาติผู้ใหญ่ท่าน (ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นคุณน้า) กรุณาอ่านให้ฟัง ฟัง เพื่อดื่มด่ำกำซาบในเนื้อหา กำซาบว่า ในท่ามกลางการกระทบกระทั่งระหว่างผู้นำกับผู้นำนั้น สัมพันธ์สนิทมิตรไมตรีของประชาชนกับประชาชนทั้งสองแว่นแคว้นแดนดินยังธำรงคงมั่น ดุจศิลาปราสาทนครวัดอันอำนรรฆอมรรตัย เป็นความรักที่สานโยงสายใยยืนยาวชั่วนิรันดร์ ผมเชื่อเช่นนั้นครับ

 

ชูพงค์ ตรีวัฒน์สุวรรณ

๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

  

 

                  

 

 

edit @ 28 Dec 2009 16:32:33 by ตราชู

2009/Dec/22

 

ปองขานเพื่อปีขาล

 

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

 

                ปีนี่ฉะนี้หทยหน่าย
มลรายฉมาเรา
เอนลู่ ฉลูบมิเฉลา
พละล้ามนาลัย

 

                ยังค้างระคางปฏิคะขัด
พยุพัดกระพือภัย
ยังค้านคะคานพจนไข
ตะละข้างก็ต่างคอย

 

                ชิงเด่นประเด็นเพราะมุขด้าน
ชครานระร้าวรอย
โถมถาแหละท้าเอะอะมิถอย
ทิฐิทุ่มระรุมทัณฑ์

 

                ปีใหม่ สมัยมนสมาน
กุธพล่านประเทาพลัน
ปีใหม่ สมัยสมิตมรร-
คกมลละหม่นหมอง

 

                มุ่งศานติซ่านสิริประสบ
ปิติครบประจำครอง
หนุนนำฉนำคุณสนอง
ธรณีสุขีนาน

 

                มาเถิดนะเทิดหิตประเทศ
มหิเภทฤพ้องพาน
มาเถิดนะเทิดทิตสถาน
ฐิตะถิ่นบุรินทร

 

                ปีขาลก็ขานกุศลขอ
รตะก่อประชากร
ขอทีเถอะที่ประทุษฏ์ถอน
อุปถัมภธรรมเทอญ

 

(๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒)

 

 

 

 

               


edit @ 26 Dec 2009 17:47:15 by ตราชู

2009/Dec/08

 

ถึงบุตรผู้ตระบัด

 

โคลงดั้นบาทกุญชร

 

                สาบานเศียรซบเบื้อง                                               บาทบงสุ์
ลูกจิตบริสุทธิ์จริง                                                                    เจตน์ตั้ง
ชีพิตหากเป็นผง                                                                      ผุยแหลก
ขอทอดกายให้ทั้ง                                                                    ทั่วตน

 

                กำลังยอมแลกแล้ว                                                   ตลอดไป
"รักชาติ" ปราศเฉฉล                                                               ชั่วเปื้อน
เติมศรีตราบตักษัย                                                                   เต็มสัตย์
ยืนยั่งคำย้ำเยื้อน                                                                     เยี่ยงเสนอ

 

                สำเนียกในอรรถเน้น                                              สำนาน
เอมอกเหลือเกินเออ                                                               อิ่มแปร้
หากสมเสกสรรสาร                                                                แสดงส่อ
คงเลิศเลอล้วนแล้                                                                    แหล่งสยาม

 

                พอผันจากพ่อพ้น                                                    ผินหลัง
ลืมต่อปณิธานตาม                                                                   แต่งอ้าง
โดยเลศกิเลสบัง                                                                      โลภบด
ยินข่าวโกงก้องค้าง                                                                 คั่งหู

 

                นาครอนาคตแค้น                                                    ลำเค็ญ
"รักชาติ" "ลักชาติ" ชู                                                              ลาภฉ้อ
ลามกหมกเลวเหม็น                                                               ระลอกใหม่
ทุกข์ทาบทับแท้ท้อ                                                                  ทอดถอน

 

                ซัดเสียงสาดใส่ซั้น                                                  แทรกแซง
ยุแหย่โยงยอกยอน                                                                 ขยอกขย้ำ
ผลุนผลันไพล่แพลงแผลง                                                      พลิกผลับ
บรางสัตย์ บาปซ้ำซ้ำ                                                                                บัดสี

 

(๕ ถึง ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒)